K-CULTURE

วันเปเปโร่ (Pepero Day) คืออะไร? ทำไมคนเกาหลีถึงมอบขนมแท่งให้กันทุกวันที่ 11 พฤศจิกายน

Posted By AMY 💕
|
3 พฤศจิกายน 2569
|
Share:
วันเปเปโร่ (Pepero Day) คืออะไร? ทำไมคนเกาหลีถึงมอบขนมแท่งให้กันทุกวันที่ 11 พฤศจิกายน

เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน นอกจากบรรยากาศปลายปีที่เริ่มใกล้เข้ามาแล้ว ในเกาหลียังมีอีกหนึ่งวันที่หลายคนรอคอย นั่นคือ วันเปเปโร่ (Pepero Day / 빼빼로데이) ซึ่งตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปี

วันนี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงวันที่ผู้คนซื้อขนมมาแลกเปลี่ยนกัน แต่สำหรับชาวเกาหลีแล้ว Pepero Day กลายเป็นธรรมเนียมเล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้คนแสดงความรัก ความห่วงใย และมิตรภาพผ่านขนมแท่งช็อกโกแลตที่คุ้นเคย แล้ววันพิเศษนี้มีที่มาอย่างไร ทำไมต้องเป็นวันที่ 11 พฤศจิกายน? มาทำความรู้จักกัน

Pepero Day คืออะไร?

Pepero Day (빼빼로데이) เป็นวันที่ผู้คนในเกาหลีใต้นิยมมอบขนมเปเปโร่ให้แก่กัน โดยขนมชนิดนี้เป็นบิสกิตแท่งยาวเคลือบช็อกโกแลต ผลิตโดยบริษัท Lotte ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1983 และมีรสชาติให้เลือกหลากหลายมากขึ้นในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทำให้วันที่ 11 พฤศจิกายนกลายเป็นวันเปเปโร่ก็คือ รูปร่างของตัวเลข 11/11 ที่ดูคล้ายกับขนมแท่งยาว 4 แท่งวางเรียงกัน จึงเกิดเป็นธรรมเนียมการมอบเปเปโร่ให้คนรอบตัวเพื่อส่งต่อความรู้สึกดี ๆ

แม้จะมีบรรยากาศคล้ายวันวาเลนไทน์ แต่ Pepero Day ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คู่รักเท่านั้น เพราะเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมชั้นเรียน ครอบครัว หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานก็สามารถมอบขนมให้กันได้เช่นกัน

จุดเริ่มต้นของ Pepero Day มาจากไหน?

เรื่องราวต้นกำเนิดของ Pepero Day มีหลายคำบอกเล่า และยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดทั้งหมด แต่เรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายคือ ธรรมเนียมนี้อาจเริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียนหญิงในภูมิภาคยองนัม (Yeongnam) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลี รวมถึงบริเวณเมืองปูซาน ในช่วงต้นถึงกลางทศวรรษ 1990

มีเรื่องเล่าว่านักเรียนจะมอบเปเปโร่ให้กันในวันที่ 11 พฤศจิกายน พร้อมอวยพรให้เพื่อนมีรูปร่างสูงเพรียวเหมือนขนมแท่ง ซึ่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ของขนมและตัวเลข 11/11

หลักฐานที่ช่วยยืนยันว่าธรรมเนียมนี้มีอยู่จริงคือ รายงานข่าวในเดือนพฤศจิกายนปี 1996 ที่กล่าวถึงกลุ่มวัยรุ่นหญิงซึ่งแลกเปเปโร่กันในวันดังกล่าว ก่อนที่ Lotte ผู้ผลิตขนมจะเริ่มนำชื่อ Pepero Day มาใช้ในการทำการตลาดและจัดกิจกรรมแจกขนมในเมืองใหญ่ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา

ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า Pepero Day ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นเทศกาลที่บริษัทสร้างขึ้นตั้งแต่แรก แต่เป็นธรรมเนียมที่ผู้บริโภคเริ่มต้นขึ้น ก่อนที่ภาคธุรกิจจะเข้ามาช่วยทำให้แพร่หลายไปทั่วประเทศ

คนเกาหลีมอบ Pepero ให้ใครบ้าง?

เมื่อถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในเกาหลีมักเต็มไปด้วยเปเปโร่หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่กล่องขนาดเล็กไปจนถึงชุดของขวัญที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เพราะผู้คนสามารถซื้อไปมอบให้ใครก็ได้ที่อยากส่งความรู้สึกดี ๆ ไปถึง

ตัวอย่างเช่น

  • คู่รัก: มอบเปเปโร่เป็นของขวัญแทนความรัก อาจเลือกเป็นกล่องพิเศษหรือชุดของขวัญที่จัดอย่างสวยงาม

  • เพื่อนสนิท: แลกขนมกันเพื่อแสดงถึงมิตรภาพและความผูกพัน

  • เพื่อนร่วมชั้นเรียน: นักเรียนอาจนำขนมไปแบ่งให้เพื่อน ๆ ในห้องเรียน

  • ครอบครัว: ซื้อกลับไปฝากพ่อแม่ พี่น้อง หรือคนในบ้าน

  • เพื่อนร่วมงาน: มอบขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กันเพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองในที่ทำงาน

จุดเด่นของธรรมเนียมนี้คือ ไม่จำเป็นต้องเป็นของขวัญราคาแพง เพียงแค่ขนมกล่องเล็ก ๆ ก็สามารถใช้เป็นตัวแทนของคำทักทายและความปรารถนาดีได้แล้ว

Pepero Day กับ Pocky Day เหมือนกันหรือไม่?

ใครที่คุ้นเคยกับขนม Pocky ของญี่ปุ่นอาจสังเกตว่า ทั้งสองประเทศมีวันแลกเปลี่ยนขนมแท่งในวันที่ 11 พฤศจิกายนเหมือนกัน

ในญี่ปุ่น วันที่ 11 พฤศจิกายนเป็นที่รู้จักในชื่อ Pocky & Pretz Day ซึ่งเกี่ยวข้องกับขนม Pocky และ Pretz ของบริษัท Ezaki Glico โดยบริษัทกำหนดให้วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองและได้รับการรับรองจาก Japan Anniversary Association ในปี 1999

ส่วนเกาหลีมี Pepero Day ซึ่งเกี่ยวข้องกับขนมเปเปโร่ของ Lotte และมีเรื่องราวการแลกขนมในกลุ่มนักเรียนหญิงที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้านั้น

แม้จะใช้วันที่เดียวกันและมีแนวคิดคล้ายกัน แต่ทั้งสองวันมีชื่อเรียก แบรนด์ขนม และประวัติความเป็นมาของตัวเอง จึงไม่ใช่เทศกาลเดียวกันเสียทีเดียว

11 พฤศจิกายน ยังเป็นวันสำคัญอะไรอีกในเกาหลี?

นอกจาก Pepero Day แล้ว วันที่ 11 พฤศจิกายนยังเป็น วันเกษตรกร (농업인의 날 / Farmers' Day) ซึ่งเป็นวันสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงบทบาทของเกษตรกรและความสำคัญของภาคการเกษตรในเกาหลีใต้

อีกหนึ่งสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวันนี้คือ Garaetteok Day (가래떡데이) หรือวันที่ส่งเสริมการรับประทานคาแรต็อก (Garaetteok) ขนมแป้งข้าวเจ้าสีขาวรูปร่างยาวคล้ายแท่ง ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่คนเกาหลีคุ้นเคยและนำไปใช้ทำอาหารได้หลายชนิด เช่น ต็อกบกกี (Tteokbokki) และต็อกกุก (Tteokguk)

แนวคิดของการใช้คาแรต็อกมาเชื่อมโยงกับวันที่ 11 พฤศจิกายนก็คล้ายกับเปเปโร่ เพราะรูปร่างยาวของขนมดูเหมือนตัวเลข 1 นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการบริโภคข้าวและสนับสนุนเกษตรกรในประเทศด้วย

จึงน่าสนใจว่า ในวันที่หลายคนกำลังมอบขนมแท่งเคลือบช็อกโกแลตให้กัน ก็ยังมีอีกหนึ่งธรรมเนียมที่ชวนให้หันมานึกถึงข้าวและผู้คนที่อยู่เบื้องหลังอาหารบนโต๊ะด้วย

Pepero Day เป็นวันหยุดของเกาหลีหรือไม่?

แม้ Pepero Day จะได้รับความนิยมอย่างมาก แต่วันนี้ไม่ได้เป็นวันหยุดราชการของเกาหลีใต้ โรงเรียนและสถานที่ทำงานยังคงดำเนินตามปกติ เพียงแต่ผู้คนจำนวนมากเลือกซื้อขนมมาแลกเปลี่ยนหรือมอบให้กันตามธรรมเนียม

อีกทั้งการให้เปเปโร่ก็ไม่ได้เป็นข้อบังคับ ใครอยากร่วมสนุกก็สามารถซื้อขนมมาแบ่งปันกันได้ ส่วนใครไม่ได้ร่วมฉลองก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด

จากขนมแท่งเล็ก ๆ สู่ธรรมเนียมที่คนเกาหลีจดจำ

Pepero Day เป็นตัวอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัยที่แสดงให้เห็นว่า สิ่งธรรมดาในชีวิตประจำวันสามารถกลายเป็นธรรมเนียมที่ผู้คนมีส่วนร่วมได้ เมื่อมีทั้งความหมายที่เข้าใจง่ายและโอกาสในการแบ่งปันความรู้สึกดี ๆ ให้กัน

แม้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตลาดและการบริโภคสินค้า แต่ในอีกมุมหนึ่ง วันที่ 11 พฤศจิกายนก็เป็นโอกาสเล็ก ๆ ที่ทำให้ผู้คนได้คิดถึงเพื่อน คนรัก ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน และหยิบยื่นของขวัญเล็กน้อยให้กัน

บางครั้งความพิเศษของวันหนึ่งอาจไม่ได้อยู่ที่ของขวัญมีราคาแพงแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเรานึกถึงใครในวันนั้นต่างหาก

RELATED ARTICLES

เรื่องเกี่ยวข้องที่ไม่ควรพลาด

คนเกาหลีฉลองฮาโลวีนกันอย่างไร? รู้จักวัฒนธรรมคอสตูมและเทศกาลสุดหลอนในเกาหลี

คนเกาหลีฉลองฮาโลวีนกันอย่างไร? รู้จักวัฒนธรรมคอสตูมและเทศกาลสุดหลอนในเกาหลี

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนตุลาคม หลายประเทศทั่วโลกเริ่มเต็มไปด้วยบรรยากาศของวันฮาโลวีน (Halloween) ทั้งฟักทองแกะสลัก เครื่องประดับรูปผี การแต่งตัวเป็นตัวละครสุดหลอน และปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยสีสัน ซึ่งเกาหลีใต้ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่รับเอาวัฒนธรรมนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย

ทำไมคนเกาหลีชอบพูดว่า “เรา” แทนคำว่า “ฉัน”? รู้จักความหมายของ 우리 (Uri) คำสั้น ๆ ที่สะท้อนวัฒนธรรมเกาหลี

ทำไมคนเกาหลีชอบพูดว่า “เรา” แทนคำว่า “ฉัน”? รู้จักความหมายของ 우리 (Uri) คำสั้น ๆ ที่สะท้อนวัฒนธรรมเกาหลี

ถ้าใครชอบดูซีรีส์เกาหลีหรือฟังศิลปินเกาหลีพูดภาษาเกาหลีในรายการวาไรตี้ อาจเคยสังเกตว่า คนเกาหลีมักใช้คำว่า 우리 (Uri) ซึ่งแปลว่า “เรา” หรือ “พวกเรา” ในภาษาไทยอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ คำนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะเวลาพูดถึงสิ่งที่เป็นของคนหลายคนเท่านั้น เพราะบางครั้งคนเกาหลียังใช้คำว่า 우리 ในบริบทที่คนไทยอาจพูดว่า “ฉัน” หรือ “ของฉัน” อีกด้วย

ทำไมคนเกาหลีชอบถามว่า “กินข้าวหรือยัง?” ทั้งที่ไม่ได้ชวนไปกินข้าว รู้จักความหมายของ 밥 먹었어?

ทำไมคนเกาหลีชอบถามว่า “กินข้าวหรือยัง?” ทั้งที่ไม่ได้ชวนไปกินข้าว รู้จักความหมายของ 밥 먹었어?

ใครที่ชอบดูซีรีส์เกาหลี น่าจะเคยได้ยินประโยคที่ตัวละครถามกันว่า “밥 먹었어?” (พับ มอกอซซ๊อ?) หรือ “กินข้าวหรือยัง?” อยู่บ่อย ๆ บางฉากตัวละครเพิ่งเจอกันหลังเลิกเรียน บางฉากโทรศัพท์ไปหาเพื่อน หรือบางครั้งก็ถามกันหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ คนถามไม่ได้ถืออาหารมาให้ และบางทีก็ไม่ได้ชวนอีกฝ่ายไปกินข้าวด้วยซ้ำ!

COMMENTS (0)

มาพูดคุยกันหน่อย คิดยังไงกัน

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!