K-CULTURE

คนเกาหลีฉลองฮาโลวีนกันอย่างไร? รู้จักวัฒนธรรมคอสตูมและเทศกาลสุดหลอนในเกาหลี

Posted By AMY 💕
|
29 ตุลาคม 2569
|
Share:
คนเกาหลีฉลองฮาโลวีนกันอย่างไร? รู้จักวัฒนธรรมคอสตูมและเทศกาลสุดหลอนในเกาหลี

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนตุลาคม หลายประเทศทั่วโลกเริ่มเต็มไปด้วยบรรยากาศของวันฮาโลวีน (Halloween) ทั้งฟักทองแกะสลัก เครื่องประดับรูปผี การแต่งตัวเป็นตัวละครสุดหลอน และปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยสีสัน ซึ่งเกาหลีใต้ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่รับเอาวัฒนธรรมนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย

หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพไอดอล K-Pop แต่งตัวเป็นตัวละครต่าง ๆ ในช่วงฮาโลวีน หรือภาพผู้คนสวมชุดแฟนซีออกไปเที่ยวตามย่านดังในกรุงโซล แต่รู้หรือไม่ว่า ฮาโลวีนไม่ใช่เทศกาลดั้งเดิมของเกาหลี และการเฉลิมฉลองในแต่ละพื้นที่ก็มีรูปแบบแตกต่างกันไป

ที่น่าสนใจคือ แม้เหตุการณ์อิแทวอนในปี 2022 จะทำให้การฉลองฮาโลวีนในเกาหลีมีความหมายที่ซับซ้อนขึ้น แต่เทศกาลตามฤดูกาลและกิจกรรมธีมสยองขวัญก็ยังคงมีอยู่ในปี 2026

มาทำความรู้จักกันว่า คนเกาหลีฉลองฮาโลวีนกันอย่างไร และเทศกาลที่เต็มไปด้วยสีสันนี้สะท้อนวัฒนธรรมร่วมสมัยของเกาหลีอย่างไรบ้าง

ฮาโลวีนไม่ใช่เทศกาลดั้งเดิมของเกาหลี แต่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่

ฮาโลวีนมีรากทางประวัติศาสตร์จากประเพณีของชาวเคลต์ ก่อนจะพัฒนามาเป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีธรรมเนียมให้เด็ก ๆ แต่งตัวเป็นผีหรือสัตว์ประหลาด ออกไปขอขนมตามบ้าน หรือที่เรียกว่า Trick-or-Treat

สำหรับเกาหลีใต้ ฮาโลวีนไม่ได้เป็นวันหยุดประจำชาติหรือเทศกาลดั้งเดิมอย่างชูซอก (Chuseok) และซอลลัล (Seollal) แต่ได้รับความนิยมผ่านอิทธิพลจากต่างประเทศ รวมถึงวัฒนธรรมป๊อปและกิจกรรมสังสรรค์ในเมืองใหญ่

เมื่อฮาโลวีนกลายเป็นโอกาสให้ผู้คนได้แต่งตัวตามธีมและออกไปพบปะเพื่อนฝูง เทศกาลนี้จึงได้รับความสนใจจากคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่น การแต่งคอสตูม และบรรยากาศปาร์ตี้

ย่านอิแทวอน (Itaewon) ในกรุงโซล ซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีสถานบันเทิงจำนวนมาก เคยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการออกมาร่วมฉลองฮาโลวีน ขณะที่ฮงแด (Hongdae) ก็เป็นอีกย่านที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมวัยรุ่น ดนตรี และความบันเทิง

อย่างไรก็ตาม ฮาโลวีนไม่ได้เป็นเทศกาลที่คนเกาหลีทุกคนร่วมฉลอง และไม่ได้มีรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ บางคนอาจออกไปปาร์ตี้ บางคนเลือกเที่ยวสวนสนุก ขณะที่อีกหลายคนก็ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนวันอื่น ๆ

1. แต่งคอสตูม เปลี่ยนตัวเองเป็นตัวละครที่ชอบ

หนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงฮาโลวีน คือการแต่งคอสตูม หรือการแต่งตัวเป็นตัวละครต่าง ๆ

ผู้ที่เข้าร่วมปาร์ตี้ฮาโลวีนอาจเลือกแต่งเป็นผี แวมไพร์ แม่มด ซอมบี้ ตัวละครจากภาพยนตร์ หรือแม้แต่ตัวละครจากอนิเมะและเกมที่ตัวเองชื่นชอบ บางคนยังให้ความสำคัญกับการแต่งหน้าและเครื่องประดับ เพื่อทำให้ชุดสมจริงมากขึ้นด้วย

เสน่ห์ของการแต่งคอสตูมอยู่ที่การเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ลองเป็นตัวละครที่แตกต่างจากชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักแสดงหรือมีทักษะพิเศษด้านการแต่งหน้า

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมป๊อป การแต่งตัวตามตัวละครที่รักยังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการแสดงความสนใจ และอาจช่วยให้ได้พบปะผู้คนที่มีงานอดิเรกคล้ายกัน

แม้การแต่งคอสตูมจะเป็นภาพจำของฮาโลวีน แต่ก็ไม่ใช่กิจกรรมที่ทุกคนต้องเข้าร่วม เพราะรูปแบบการฉลองขึ้นอยู่กับความสนใจและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

2. อิแทวอนและฮงแด ย่านที่ผู้คนจับตามองในช่วงฮาโลวีน

หากพูดถึงฮาโลวีนในกรุงโซล ชื่อของอิแทวอนมักปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยบรรยากาศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสถานบันเทิงจำนวนมาก

ก่อนเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในปี 2022 ย่านนี้เป็นจุดหมายสำคัญของผู้คนที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศฮาโลวีน ทั้งการแต่งคอสตูม เดินชมผู้คนตามท้องถนน และร่วมกิจกรรมในร้านอาหารหรือสถานบันเทิง

ส่วนฮงแดเป็นย่านที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมวัยรุ่น ดนตรี และสถานบันเทิง จึงเป็นอีกพื้นที่ที่ได้รับความสนใจในช่วงเทศกาล

สำหรับปี 2026 ทางการกรุงโซลได้กำหนดช่วงดูแลความปลอดภัยพิเศษระหว่างวันที่ 23 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายน โดยเตรียมมาตรการดูแลพื้นที่ที่คาดว่าจะมีคนหนาแน่น 14 แห่ง รวมถึงอิแทวอน ฮงแด ซองซู และเมียงดง

มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมการติดตามความหนาแน่นของฝูงชน การจัดระเบียบทางเดิน การควบคุมการจราจร และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 30 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าจะมีผู้คนออกมาทำกิจกรรมจำนวนมาก

ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ฮาโลวีนยังคงเป็นช่วงเวลาที่ทางการต้องเตรียมพร้อมรับมือกับฝูงชน แม้รูปแบบการจัดกิจกรรมและบรรยากาศในแต่ละพื้นที่อาจเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต

3. สวนสนุกเกาหลีเปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นโลกแห่งความหลอน

ฮาโลวีนในเกาหลีไม่ได้มีแค่ปาร์ตี้ตามย่านบันเทิงเท่านั้น เพราะสวนสนุกก็เป็นอีกสถานที่ที่นำธีมสยองขวัญมาสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชม

กิจกรรมที่พบได้ในเทศกาลลักษณะนี้ ได้แก่ การตกแต่งพื้นที่ด้วยฟักทองและสิ่งของธีมผี การแสดงตัวละครซอมบี้ บ้านผีสิง และกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ

หนึ่งในตัวอย่างที่มีการจัดกิจกรรมในปี 2026 คือเอเวอร์แลนด์ (Everland) ซึ่งจัดโซนสยองขวัญ Blood City Zero: Hell Gate ระหว่างวันที่ 12 กันยายนถึง 22 พฤศจิกายน 2026

กิจกรรมปีนี้นำเสนอประสบการณ์แนว Immersive Horror ที่ให้ผู้เข้าชมเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องราวของเมืองที่เต็มไปด้วยซอมบี้ พร้อมฉากจำลอง ภารกิจ และการแสดงที่ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในโลกของภาพยนตร์สยองขวัญ

นอกจากนี้ยังมีการแสดงกลางแจ้งที่ผู้ชมสามารถเดินสำรวจพื้นที่และพบกับตัวละครต่าง ๆ ได้ แทนที่จะเป็นเพียงการนั่งชมการแสดงจากที่นั่งเหมือนเวทีทั่วไป

กิจกรรมลักษณะนี้ทำให้เทศกาลฮาโลวีนและฤดูใบไม้ร่วงกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับสวนสนุกในการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดและกำหนดการจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทางได้

4. เมื่อฮาโลวีนกลายเป็นคอนเทนต์ของวงการ K-Pop

สำหรับแฟน K-Pop อีกหนึ่งภาพที่ทำให้ฮาโลวีนเป็นที่จดจำ คือการที่ศิลปินและไอดอลบางกลุ่มแต่งคอสตูมเพื่อสร้างสีสันให้กับคอนเทนต์ของตัวเอง

การเปลี่ยนลุคเป็นตัวละครจากภาพยนตร์ เกม หรือการ์ตูน เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้เห็นอีกด้านของศิลปินที่แตกต่างจากภาพลักษณ์บนเวที บางครั้งยังมีการถ่ายภาพหรือวิดีโอในธีมพิเศษ เพื่อให้แฟนคลับได้ติดตามบรรยากาศเทศกาลไปพร้อมกัน

สำหรับแฟนคลับ การได้เห็นศิลปินคนโปรดแต่งตัวในแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นในชีวิตประจำวันก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่ง และยังทำให้ช่วงปลายเดือนตุลาคมมีคอนเทนต์พิเศษที่รอติดตามกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกวงหรือทุกค่ายจะจัดกิจกรรมฮาโลวีนเป็นประจำ และรูปแบบการทำคอนเทนต์ก็ขึ้นอยู่กับแผนงานของแต่ละศิลปินด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือ การแต่งคอสตูมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความน่ากลัวเท่านั้น เพราะบางคนอาจเลือกตัวละครที่มีความน่ารัก ตลก หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ฮาโลวีนเป็นพื้นที่สำหรับการแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้เช่นกัน

5. ฮาโลวีนในเกาหลีหลังเหตุการณ์อิแทวอน

เมื่อพูดถึงฮาโลวีนในเกาหลีใต้ คงไม่สามารถละเลยเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2022 ซึ่งเกิดเหตุผู้คนเบียดอัดกันอย่างรุนแรงในตรอกแคบแห่งหนึ่งในย่านอิแทวอน กรุงโซล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 159 ราย และกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับสังคมเกาหลี

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว บรรยากาศฮาโลวีนในเกาหลีเปลี่ยนแปลงไป หลายธุรกิจและสถานที่จัดกิจกรรมยกเลิกหรือปรับรูปแบบการฉลอง ขณะที่ประเด็นเรื่องการจัดการฝูงชนและความปลอดภัยกลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสำคัญมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าฮาโลวีนจะหายไปจากเกาหลีทั้งหมด เพราะในปี 2026 ยังมีทั้งกิจกรรมตามสวนสนุกและผู้คนที่ออกไปทำกิจกรรมตามย่านต่าง ๆ ขณะเดียวกัน ทางการก็เพิ่มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุจากฝูงชนในพื้นที่เสี่ยง

การพูดถึงฮาโลวีนในเกาหลีจึงมีมากกว่าเรื่องคอสตูมและปาร์ตี้ เพราะยังเกี่ยวข้องกับความทรงจำของผู้สูญเสีย ความรู้สึกของครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ และความรับผิดชอบในการจัดกิจกรรมสาธารณะอย่างปลอดภัย

สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างการจัดเทศกาลในปัจจุบันกับการรำลึกถึงผู้เสียชีวิต ซึ่งสามารถดำรงอยู่ควบคู่กันได้โดยไม่ลดทอนความสำคัญของเหตุการณ์ในอดีต

สรุป: ฮาโลวีนในเกาหลีมีมากกว่าการแต่งตัวเป็นผี

แม้ฮาโลวีนจะไม่ใช่เทศกาลดั้งเดิมของเกาหลีใต้ แต่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่สนใจการแต่งคอสตูม การพบปะเพื่อนฝูง และกิจกรรมตามธีมต่าง ๆ

ตั้งแต่ปาร์ตี้ในย่านดังของกรุงโซล ไปจนถึงกิจกรรมสยองขวัญในสวนสนุกและคอนเทนต์พิเศษของศิลปิน K-Pop ฮาโลวีนแสดงให้เห็นว่าผู้คนสามารถนำเทศกาลจากต่างวัฒนธรรมมาปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างไร

สำหรับปี 2026 เทศกาลและกิจกรรมธีมสยองขวัญยังคงมีให้พบเห็น ขณะที่ทางการกรุงโซลก็เพิ่มมาตรการดูแลฝูงชนในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยเฉพาะพื้นที่ที่คาดว่าจะมีผู้คนหนาแน่น

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์อิแทวอนในปี 2022 ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจว่า เบื้องหลังเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานยังมีเรื่องของความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมที่สำคัญไม่แพ้กัน

ฮาโลวีนในเกาหลีจึงไม่ใช่แค่คืนที่ผู้คนออกมาแต่งตัวเป็นตัวละครที่ชอบ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคม วัฒนธรรมร่วมสมัย และความสำคัญของการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปลอดภัย

ที่มา: witheverland, Seoul Metropolitan Government

RELATED ARTICLES

เรื่องเกี่ยวข้องที่ไม่ควรพลาด

ทำไมคนเกาหลีชอบพูดว่า “เรา” แทนคำว่า “ฉัน”? รู้จักความหมายของ 우리 (Uri) คำสั้น ๆ ที่สะท้อนวัฒนธรรมเกาหลี

ทำไมคนเกาหลีชอบพูดว่า “เรา” แทนคำว่า “ฉัน”? รู้จักความหมายของ 우리 (Uri) คำสั้น ๆ ที่สะท้อนวัฒนธรรมเกาหลี

ถ้าใครชอบดูซีรีส์เกาหลีหรือฟังศิลปินเกาหลีพูดภาษาเกาหลีในรายการวาไรตี้ อาจเคยสังเกตว่า คนเกาหลีมักใช้คำว่า 우리 (Uri) ซึ่งแปลว่า “เรา” หรือ “พวกเรา” ในภาษาไทยอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ คำนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะเวลาพูดถึงสิ่งที่เป็นของคนหลายคนเท่านั้น เพราะบางครั้งคนเกาหลียังใช้คำว่า 우리 ในบริบทที่คนไทยอาจพูดว่า “ฉัน” หรือ “ของฉัน” อีกด้วย

ทำไมคนเกาหลีชอบถามว่า “กินข้าวหรือยัง?” ทั้งที่ไม่ได้ชวนไปกินข้าว รู้จักความหมายของ 밥 먹었어?

ทำไมคนเกาหลีชอบถามว่า “กินข้าวหรือยัง?” ทั้งที่ไม่ได้ชวนไปกินข้าว รู้จักความหมายของ 밥 먹었어?

ใครที่ชอบดูซีรีส์เกาหลี น่าจะเคยได้ยินประโยคที่ตัวละครถามกันว่า “밥 먹었어?” (พับ มอกอซซ๊อ?) หรือ “กินข้าวหรือยัง?” อยู่บ่อย ๆ บางฉากตัวละครเพิ่งเจอกันหลังเลิกเรียน บางฉากโทรศัพท์ไปหาเพื่อน หรือบางครั้งก็ถามกันหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ คนถามไม่ได้ถืออาหารมาให้ และบางทีก็ไม่ได้ชวนอีกฝ่ายไปกินข้าวด้วยซ้ำ!

ทำไมวันเกิดคนเกาหลีต้องกินซุปสาหร่าย? รู้จักความหมายของ 미역국 อาหารที่มีเรื่องราวมากกว่าที่คิด

ทำไมวันเกิดคนเกาหลีต้องกินซุปสาหร่าย? รู้จักความหมายของ 미역국 อาหารที่มีเรื่องราวมากกว่าที่คิด

ใครที่ชอบดูซีรีส์เกาหลี น่าจะเคยเห็นฉากที่ตัวละครตื่นขึ้นมาในวันเกิด แล้วพบว่ามีซุปสาหร่ายวางอยู่บนโต๊ะอาหาร บางเรื่องลูกเป็นคนกิน บางเรื่องแม่เป็นคนเตรียมอาหารให้ลูก หรือบางครั้งตัวละครก็พูดถึงเมนูนี้ขึ้นมาเมื่อถึงวันเกิดของใครสักคน

COMMENTS (0)

มาพูดคุยกันหน่อย คิดยังไงกัน

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!